หน้าหลักช้อปปิ้ง

งานฝีมือ

งานฝีมือไม้อุโมะเระกิ

อุโมะเระกิ คือซากไม้ดึกดำบรรพ์ที่จมทับถมอยู่ใต้ดินเป็นกาลเวลานานจนแน่นแข็ง พบมากในเขตอะโอบะยะมะและยะกิยะมะ ปัจจุบันอุโมะเระกิถือเป็นวัสดุในการทำงานฝีมือไม้ที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าสูงเป็นอย่างยิ่ง ลายสวยของเส้นไม้ถูกขับให้เด่นด้วยการเคลือบและชักเงาจนวาวสง่า เมื่อผนวกกับสีน้ำตาลเข้มของเนื้อไม้ ทำให้ผลิตภัณฑ์งานฝีมือนี้กลายเป็นศิลปะชั้นสูงไปเลยทีเดียว งานฝีมือไม้อุโมะเระกิมีความสวยขรึมแบบมั่นคงซึ่งหาผลิตภัณฑ์ไม้อื่นมาเทียบเทียมได้ยาก มักใช้ทำเข็มกลัดเครื่องประดับและจานใบเล็กๆ

ตุ๊กตาโคเคชิ

ตุ๊กตาโคเคชิเป็นของเล่นไม้พื้นบ้านที่นิยมกันทั่วไปในญี่ปุ่น ลักษณะรูปร่างของตุ๊กตาแตกต่างไปตามแหล่งที่ผลิตและผู้ทำ โคเคชิแบบซะคุนะมิซึ่งมีช่วงตัวผอมเพรียวเป็นที่แพร่หลายมากที่สุดในเขตเซนได บางตัวก็มีฐานติดอยู่ตรงโคนลำตัว (ไดทซึขิ โคเคชิ)เพื่อกันล้ม ตุ๊กตาโคเคชิแบบซะคุนะมินั้นมีดวงตาที่อ่อนโยนและลำตัวนิยมลงลายดอกเบญจมาศ

เซนได ทังสุ (ตู้ลิ้นชักไม้แบบเซนได)

ความสวยสง่างามของตู้ลิ้นชักไม้แบบเซนไดอยู่ที่วิธีการเคลือบเนื้อไม้แบบ “คิจิโร่นุริ” ซึ่งเป็นการเคลือบโดยเน้นให้เห็นความงามธรรมชาติของลายไม้เคยะขิ (zelkova) ให้มากที่สุด นอกจากนี้ความวิจิตรอีกประการก็อยู่ที่ลวดลายแกะสลักนูนช้อยของแผ่นเหล็กกล้าที่ใช้ประดับตามขอบมุมของตัวตู้ เซนไดทังสุใช้เป็นที่เก็บดาบยาวของซามูไร เสื้อผ้าอาภรณ์ และยังเป็นเซฟเก็บสมบัติได้อีกด้วย เซนไดทังสุที่ใช้สำหรับเก็บเสื้อผ้านั้นมักจะใหญ่และราคาแพง แต่ก็มีการทำให้เล็กย่อมลงมาเพื่อให้สามารถเคลื่อนยัายได้โดยสะดวก เซนไดทังสุถือว่าเป็นสุดยอดของศิลปะงานฝีมือของเมืองและสมควรที่จะเก็บรักษาไว้ใช้ให้นานเท่านาน ศิลปะการทำงานไม้ประเภทนี้ได้ถูกรักษาและถ่ายทอดเป็นอย่างดีโดยช่างฝีมือหลายชั่วรุ่นผู้ได้สร้างผลงานที่มีทั้งความสวยงามละเอียดอ่อนและความแข็งแรงคงทนอยู่ในตัวให้คนทั่วไปได้ทึ่ง

เซนได ซุยชุ(เครื่องเขิน)

เครื่องเขินชนิดนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โทคะ ซุยชุ” ทำโดยการลงรักแดงซ้อนทับกันกว่าร้อยชั้นบนไม้ซึ่งแกะสลักเป็นลวดลายทิวทัศน์ นก ดอกไม้หรือมนุษย์ สมัยก่อนนิยมใช้ทำกับถาดหรือกลักยา แต่ในปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้ทำเป็นของใช้อื่นๆอีกหลายประเภท เช่นตลับใส่ของเล็กๆ กล่องใส่แป้นฝนหมึก และที่เขี่ยบุหรี่ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนอกจากจะเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันแล้วยังบ่งถึงความเป็นงานฝีมือคุณภาพสูง ซุยชุจึงได้ชื่อว่าเป็นงานศิลปะญี่ปุ่นโบราณที่ดำรงความนิยมอยู่ไม่คลายแม้ในปัจจุบัน

เซนได-ฮะริโขะ (ตุ๊กตาหุ่นกระดาษ)

ตุ๊กตาหุ่นกระดาษเซนได-ฮะริโขะที่มีรูปทรงอันแสนเรียบง่ายแต่เล่นสีอย่างเจิดจ้านี้ให้ความนิ่มนวลและอบอุ่นของธรรมชาติอย่างน่าประหลาด ตัวตุ๊กตาทำจากกระดาษที่ก่อเป็นรูปทรงต่างๆ ที่เห็นมากก็คงจะเป็นตุ๊กตาพระดะรุมะ ซึ่งเป็นตุ๊กตาล้มลุก ดะรุมะแบบเซนไดนี้จะมีลักษณะพิเศษคือที่ใบหน้าและรอบๆจะใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าเป็นสีหลัก ส่วนที่ลำตัวจะวาดตกแต่งด้วยรูปเรือมหาสมบัติ เทพเจ้าแห่งโชคลาภและดอกบ๊วย ส่วนที่คิ้วนั้นจะใช้ขนแท้ๆติด ดะรุมะมักนิยมใช้เป็นเคล็ดนำโชคในการต่างๆ นอกจากนั้นแล้วก็ยังทำเป็นรูปทรงอื่นๆ เช่นเสือ ม้า วัวแบกกระสอบข้าว หรือหน้ากากต่างๆ เป็นต้น

เซนไดฮิระ (ผ้า)

ผ้าเซนไดฮิระเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า”เซโคฮิระ เป็นผ้าไหมทออย่างหนา มีเส้นใยที่เหนียวแน่นและทนทานต่อการยับ จึงทำให้เซนไดฮิระเป็นผ้าคุณภาพชั้นสูงที่นิยมใช้ทำกิโมโนที่ใช้ใส่ในงานพิธีของผู้ชายญี่ปุ่น (ฮะคะมะ) ในการทอนั้น ไหมยืนจะเป็นไหมเส้นใหญ่ที่ผ่านการขัดฟอกแล้วส่วนไหมพุ่งมักจะใช้ไหมดิบ ไหมจะถูกย้อมสีและแช่น้ำเสียก่อนที่จะนำมาทอ นอกจากใช้ทำกิโมโนผู้ชายแล้ว เซนไดฮิระยังใช้ทำเป็นเนคไท กระเป๋าเงินหรือ กลักใส่บุหรี่อีกด้วย

เครื่องเขินทะมะมุชินุริ

เริ่มทำกันในราวตันรัชสมัยโชวะ (ราวๆปี ค.ศ.1920-1930) เป็นเครื่องเขินที่มีคุณภาพสูงและคงทน ทำโดยการลงรักที่พื้นวัสดุก่อนที่จะโรยผงเงินลงไปแล้วลงรักทับอีกกว่าสิบชั้นหรืออาจจะถึง 40-50 ชั้นในงานฝีมือบางชิ้น คำว่า “ทะมะมุชิ” ซึ่งแปลว่าแมลงทับในภาษาญี่ปุ่นได้นำมาใช้เรียกเครื่องเขินชนิดนี้เนื่องจากผิวของวัตถุได้เปล่งมันเป็นประกายราวกับปีกของแมลงทับ ผงเงินวาวบนพื้นวัสดุที่ถูกลงรักด้วยสีแดงสดส่งผลให้งานฝีมือทะมะมุชินุริเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น มักใช้ทำกล่องใส่พู่กันญี่ปุ่น แจกัน เข็มกลัด และเครื่องประดับผม เป็นต้น

ตุ๊กตาสึสึมิ (สึสึมินิงเกียว) และเครื่องปั้นดินเผาสึสึมิ(สึสึมียาขิ)

การทำตุ๊กตาและเครื่องปั้นดินเผาสึสึมิได้เริ่มมีขึ้นที่เขตสึสึมิมะฉิของเมืองเซนได ซึ่งที่เขตนี้และเขตสุกิยะมะได (ในปัจจุบันคือเขตไดโนะฮะระ) ที่ไม่ไกลออกไปนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยดินเหนียวคุณภาพดี เครื่องปั้นดินเผาลักษณะนี้จึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า”สุกิยะมะยาขิ” กล่าวกันว่างานปั้นรุ่นแรกถูกทำขึ้นในปี ค.ศ.1694 โดยช่างปั้นตระกูลฮะริอุ ภายใต้การอุปถัมภ์จากเจ้าเมืองผู้ปกครองแคว้นเซนไดสมัยนั้น ศิลปะการทำสึสึมิยาขินิยมใช้ทำเป็นแจกันดอกไม้ ส่วนตุ๊กตาสึสึมิก็ใช้เทคนิคสึสึมิยาขินี้เป็นหลักเช่นเดียวกัน นับเป็นตุ๊กตาชั้นแนวหน้าชนิดหนึ่งซึ่งถูกมองว่าคุณภาพสูงเทียบเทียมกับตุ๊กตาฟุชิมิของเมืองหลวงเก่าเกียวโต จุดเด่นของตุ๊กตาสึสึมิอยู่ที่การเล่นสีสรรที่หลากหลายและสดใสในความเรียบง่ายที่มีรสนิยม สินค้าชิ้นที่นิยมกันมากเป็นพิเศษเห็นจะได้แก่สึสึมิยาขิที่ทำเป็นรูปตุ๊กตาฉลองวันเด็กผู้หญิง (ฮินะนิงเกียว) และหน้ากากละครโน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของธรรมเนียมงานฝีมือแบบดั้งเดิมกับความทันสมัยที่มีรสนิยม

พู่กันไม้ฮะกิ (ฮะกิฟุเดะ)

นับตั้งแต่สมัยที่ดาเตะมาซะมุเนะรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นและเปิดเซนไดเป็นแคว้นเป็นต้นมา พู่กันไม้ฮะกิก็ได้กลายเป็นของใช้แบบอย่างของการส่งเสริมการเรียนรู้และการริเริ่มอุตสาหกรรมของเมือง ก้านของพู่กันทำจากไม้มิยะกิโนะฮะกิ (Japanese bush clover ซึ่งดอกของไม้นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดมิยะกิอีกด้วย) ให้ความรู้สึกสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งปลายขนพู่กันอันละเอียดอ่อนทำให้ได้ลายเส้นที่สวยสง่า พู่กันเมืองเซนไดชนิดนี้จึงเป็นที่นิยมของกวีและนักประพันธ์ทั่วไปในญี่ปุ่น

▲ กลับสู่ด้านบน